Translate

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

how decrease body fat

In the short body weight loss presentation I will teach an individual a rather strange weight-loss strategy which will help you will get a flatter belly in under 7 days, even while continue to enjoying the meals you adore. This is certainly the first tip which I always teach my patients right here in Fishers, IN. And is the exact same tip which aided considered one of my clients whom I am the vast majority of happy of, (Lori) lose 2 inches from this girl stomach, lose 8 lbs in only 9 days, lose 2 inches from any single thigh, lose ¾ of an inches from any single arm, and also drop 3 gown dimensions (At just the age of 30, she today wears a lighter dress when compared to she did in highschool!).
http://howdecreasebodyfat.com/how-decrease-body-fat/

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ความผิดหลายกรรมต่างกัน กับ ความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

ฎีกาที่น่าสนใจ

ความผิดหลายกรรมต่างกัน

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  6401/2554

ป.อ. มาตรา  90

จำเลยกับพวกไล่ตีและใช้มีดแทงผู้ตายก่อนที่จะมาตีและใช้มีดแทงทำร้ายผู้เสียหาย เป็นการทำร้ายใครก่อนหลังตามธรรมดา โดยจำเลยกับพวกมิได้มีเจตนาทำร้ายผู้เสียหายเพิ่มขึ้นจากเจตนาทำร้ายผู้ตายอีกคนหนึ่งในภายหลัง การกระทำของจำเลยกับพวกจึงมีเจตนาในการกระทำความผิดเป็นอันเดียวกันเพียงแต่มีการกระทำหลายหนต่อบุคคลหลายคน การฆ่าผู้ตายและพยายามฆ่าผู้เสียหายจึงถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียว
________________________________


โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2546 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยกับพวกร่วมกันพาอาวุธมีดปลายแหลม ตัวมีดยาวประมาณ 5.5 นิ้ว ติดตัวไปในซอยอิสลามพัฒนาซึ่งเป็นเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร และจำเลยกับพวกใช้มีดดังกล่าวและไม้เป็นอาวุธแทงและตีนายอนันต์ และนายพรรษาตามร่างกายหลายแห่งโดยเจตนาฆ่าเป็นเหตุนายอนันต์ถึงแก่ความตายและนายพรรษาได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 83, 91, 288, 371 ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 288, 80, 371 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ขณะกระทำความผิดจำเลยมีอายุ 16 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น จำคุก 7 ปี 6 เดือน ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 5 ปี และฐานร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ปรับ 50 บาท รวมจำคุก 12 ปี 6 เดือน และปรับ 50 บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและรายงานแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว เห็นว่าการกระทำของจำเลยเกินกว่าวุฒิภาวะของเยาวชนที่มีความประพฤติดีทั่วไปจะพึงกระทำ การที่จำเลยกับพวกหลายคนรุมแทงและตีผู้ตายมีบาดแผลมากกว่า 20 แผล และทำร้ายผู้เสียหายจนได้รับอันตรายสาหัส ต้องรับการรักษาพยาบาลนานหลายเดือนจึงจะหายเป็นปกตินับว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง และเป็นพฤติการณ์ที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง จึงไม่สมควรใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนกับจำเลย ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 แล้ว คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน ยกฟ้องโจทก์ข้อหาพาอาวุธมีด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยกับพวกหลายคนร่วมกันใช้ไม้ตีและใช้มีดปลายแหลม ตัวมีดยาว 5.5 นิ้ว แทงนายอนันต์ ผู้ตาย ตามร่างกายหลายแห่งเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย และร่วมกันใช้ไม้ตีและใช้มีดแทงนายพรรษาหรือบ่าวผู้เสียหาย ที่ลิ้นปี่ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ตามสำเนารายงานการชันสูตรพลิกศพและสำเนาผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์เอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 อันเป็นความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยกับพวกแยกแยะกระทำต่อผู้ตายและผู้เสียหายโดยผู้ตายถูกจำเลยกับพวกรุมแทงจนถึงแก่ความตายในซอยอิสลามพัฒนาและมีพวกของจำเลยที่เหลือรอผู้เสียหายที่ปากซอยอิสลามพัฒนาแล้วร่วมกันตีและแทงผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยกับพวกจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เห็นว่า จากพยานโจทก์ได้ความว่าขณะผู้เสียหายโทรศัพท์ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะเห็นวัยรุ่นประมาณ 8 คนขับรถจักรยานยนต์ 3 คัน ผ่านมา เมื่อผู้ตาย ผู้เสียหาย และเด็กหญิงมัลลิกาหรือจ๋า พากันเดินกลับไปได้เล็กน้อย วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าว ซึ่งมีจำเลยเป็นคนขับรถจักรยานยนต์รวมอยู่ด้วย ขับรถจักรยานยนต์มาปาดหน้าและล้อมผู้เสียหายกับพวกไว้ พวกของจำเลยลงจากรถจักรยานยนต์มาใช้ไม้ตีและใช้มีดแทงผู้ตายผู้ตายวิ่งหนีไปที่ถนนรามราชท้ายน้ำ จำเลยขับรถจักรยานพาพวกตามไป ผู้เสียหายกับเด็กหญิงมัลลิกาตามไปช่วยผู้ตาย ผู้ตายหนีเข้าซอยอิสลามพัฒนาจำเลยกับพวกตามไปตี กระทืบ และแทงผู้ตายถึงแก่ความตาย ขณะนั้นมีวัยรุ่น 2 ถึง 3 คน รออยู่ที่ปากซอยอิสลามพัฒนาได้รุมชกต่อยผู้เสียหายหลังจากนั้นวัยรุ่นที่รุมทำร้ายผู้ตายมารุมทำร้ายผู้เสียหายและมีนายเสกสรรค์ ใช้มีดแทงผู้เสียหาย พฤติการณ์จากพยานโจทก์ดังกล่าวแสดงว่า เมื่อจำเลยกับพวกมาพบผู้เสียหายกับผู้ตายโทรศัพท์จึงเข้ามารุมทำร้ายผู้ตายและผู้เสียหายในทันทีทันใดในเวลาต่อเนื่องกัน โดยมีเจตนามุ่งประสงค์ต้องการฆ่า ผู้ตายและผู้เสียหายให้ถึงแก่ความตายในคราวเดียวกัน ข้อเท็จจริงเพียงได้ความว่า จำเลยกับพวกไล่ตีและใช้มีดแทงผู้ตายก่อนที่จะมาตีและใช้มีดแทงทำร้ายผู้เสียหายแต่การกระทำดังกล่าวก็เป็นการทำร้ายใครก่อนหลังตามธรรมดาโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยกับพวกจะได้มีเจตนาทำร้ายเฉพาะผู้เสียหายเพิ่มขึ้นจากเจตนาทำร้ายผู้ตายอีกคนหนึ่งในภายหลัง การกระทำของจำเลยกับพวกจึงมีเจตนาในการกระทำความผิดเป็นอันเดียวกันเพียงแต่มีการกระทำหลายหนต่อบุคคลหลายคน การฆ่าผู้ตายและพยายามฆ่าผู้เสียหายจึงถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เจาะลึกกฎหมายรัฐธรรมนูญ

ระบบควบคุมกฎหมายไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

เนื่องจากมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญบัญญัติว่า กฎหรือข้อบังคับขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ ดังนั้นระบบควบคุมกฎหมายไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ  หลักใหญ่ใจความจะเน้นอยู่ที่กฎหมาย จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญมีผลทำให้องค์กรที่รัฐธรรมนูญก่อตั้งขึ้น และองค์กรอื่นของรัฐทุกประเภทต้องเคารพต่อรัฐธรรมนูญ ต้องใช้อำนาจให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ คำถามจึงมีว่า ถ้าองค์กรอื่นที่รัฐธรรมนูญก่อตั้งขึ้นไม่ว่าจะเป็นประมุขของรัฐก็ดีรัฐสภาก็ดีคณะรัฐมนตรีก็ดี ศาลก็ดี กระทำการใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแล้วผลจะเป็นยังไง อันนี้จึงเป็นที่มาของหลักเรื่องการควบคุมกฎหมาย กฎ ตลอดจนการกระทำไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงต้องมีองค์กรและกระบวนการในการควบคุมการใช้อำนาจขององค์กรทุกองค์กรในรัฐธรรมนูญไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎ ข้อบังคับที่ตราขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายเช่น พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศทั้งหลายจะขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ เพียงแต่ว่าถ้ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ องค์กรที่มีอำนาจวินิจฉัย คือ ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเป็นกฎหรือการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยหน่วยงานของรัฐ องค์กรที่มีอำนาจวินิจฉัย คือ ศาลปกครอง เพราะฉะนั้น ทั้งกฎหมาย ทั้งกฎข้อบังคับหรือการกระทำของหน่วยงานของรัฐจะขัดรัฐธรรมนูญไมได้

วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กฎหมายเกี่ยวกับฟ้องคดี

เรื่องฟ้องซ้ำ

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148
คดีที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้วห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้
             (1) เมื่อเป็นกระบวนพิจารณาชั้นบังคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล
             (2) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งได้กำหนดวิธีการชั่วคราวให้อยู่ภายในบังคับที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกเสียได้ตามพฤติการณ์
             (3) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ยกฟ้องเสียโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ในศาลเดียวกันหรือในศาลอื่น ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ
             หลักการสำคัญ
               1.ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว
               2.คู่ความเดียวกัน
               3.ประเด็นที่ได้วินิจฉัยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน
             ข้อยกเว้น
               1.เป็นกระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล
               2.เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งได้กำหนดวิธีการชั่วคราวให้อยู่ภายในบังคับที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเสียได้ตามพฤติการณ์
               3.เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้ยกฟ้องเสียโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ในศาลเดียวกันหรือในศาลอื่น ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ
                                                              แนวคำพิพากษา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2022/2552

ป.วิ.พ.ม.148 วรรคหนึ่ง ก่อนคดีนี้จำเลยทั้งสองเคยฟ้องขับไล่โจทก์จากที่ดินพิพาท อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง โจทก์ให้การต่อสู้คดีว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ขับไล่โจทก์กับบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทพร้อมกับให้โจทก์ชำระค่าเสียหายแก่จำเลยทั้งสอง คดีถึงที่สุดแล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยออกโฉนดที่ดินทับที่ดินโจทก์ ขอให้เพิกถอนหรือแก้ไขเนื้อที่ในโฉนดของจำเลย เมื่อคดีนี้และคดีก่อนเป็นคู่ความเดียวกัน การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ เช่นเดียวกับประเด็นพิพาทในคดีก่อน หากข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์จึงจะพิพากษาให้เพิกถอนและแก้ไขเนื้อที่ดินในโฉนดทีดินตามฟ้องโจทก์ได้ ดังนี้ ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนย่อมต้องห้ามมิให้คู่ความรื้อร้องฟ้องกันอีก ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 148 วรรคหนึ่ง

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แนวข้อสอบภาค ก ปี 2555


*คำว่า สอบ ภาค ก. คือ สอบ     “ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป”   คับ
ความรู้ความสามารถทั่วไป   แบ่งออกเป็น  2 ส่วน  ( ไม่ต้องจำนะแค่ให้รู้ )
               ส่วนที่  1  ความสามารถในการวิเคราะห์เหตุผล ( ใช้ไหวพริบเป็นหลัก ไม่ต้องคิดนาน ไม่มีสูตรซับซ้อน  )
หรือ ที่เราเรียกว่า  คณิตศาสตร์    ( 40 ข้อ 40 คะแนน )
1.     อนุกรม                                                                     5      ข้อ
2.     คณิตศาสตร์ทั่วไป                                                      5      ข้อ
4.     เงื่อนไขสัญญลักษณ์                                                  5      ข้อ
5.     เงื่อนไขภาษา                                                             5      ข้อ
6.     สรุปตรรกวิทยา                                                         10      ข้อ
7.     อุปมาอุปไมย                                                              5      ข้อ
               ส่วนที่  2  ภาษาไทย   ( 40 ข้อ 40 คะแนน )
1.     การเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำให้ถูกต้องตามหลักภาษา       10    ข้อ
2.     สรุปความ  หรือ ตีความข้อความที่กำหนดให้ได้             10    ข้อ
3.     เรียงลำดับข้อความ                                                   10     ข้อ
4.     บทความยาว                                                            10     ข้อ
ต้องได้คะแนน  ร้อยละ 60  คือ 48 คะแนน  จึงจะผ่าน จ้า (หมู มาก)
เคล็ดลับพิเศษ ( เป็นเทคนิคส่วนตัว ) คือ
        ****ต้องจัดสรรเวลาให้เหมาะสม*********
****เขาให้ใช้เวลาในการสอบ  2  ช.ม.   ( 120 นาที เวลาทุกนาทีมีค่า )********
    ขั้นตอน ของ เคล็ดลับ
             1.เราเป็นคนไทย ต้องทำ ภาษาไทยก่อน  เพราะเราจะอ่านได้เร็ว และโอกาสได้คะแนนสูงกว่าคณิตศาสตร์  ภาษาไทยจะอยู่ด้านท้ายของข้อสอบ ประมาณ ข้อที่ 41-80   ให้เราทำข้อสอบแบบเน้น ๆ  ข้อละไม่เกิน 1 นาที
      ( ให้ทำเฉพาะข้อที่เรามั่นใจเท่านั้น  ถ้าเราทำข้อไหนไม่ได้ หรือ ไม่แน่ใจ   ต้องข้ามไปก่อน  อย่าให้กินเวลาเกินข้อละ 1 นาที  ภาษาไทยขอ   30  คะแนนพอ)
            2. เวลาที่เหลือ อีก 80 นาที  ให้ทำ คณิตศาสตร์ จำกัดเวลา ไม่เกินข้อละ  1 นาที ครึ่ง (ให้ทำเฉพาะข้อที่ทำได้เช่นกัน)  ที่สำคัญคือ   เงื่อนไขภาษา  ให้เลือกทำตัวสุดท้าย  เพราะมันหาคำตอบยากใช้เวลานาน เยิ่นเย้อ  (ถ้าทำไม่ได้ หรือไม่แน่ใจ หาคำตอบไม่ได้ภายในเวลา 1 นาที ครึ่ง  ต้องข้ามไปทำข้ออื่นก่อน  ภาษาไทย  ขอ   30  คะแนน พอ )
            3.เราจะมีเวลา เหลือ อีกประมาณ  20 นาที  ให้กลับไปทำข้อที่เรา ไม่แน่ใจ ก่อน  โดยใช้เวลาให้น้อยที่สุด  จนครบหมดทุกข้อ
            4.ช่วงสุดท้าย  ประมาณ 5 นาที ก่อนหมดเวลา  กรรมการจะแจ้งให้เราเตรียมตัวส่งข้อสอบ  ถ้ายังมีข้อที่เราทำไม่ได้อยู่ ให้เรา  เดาโดยการ   กา ข้อ  4 ทั้งหมด
                            “  เราไม่ต้องเก่งถึงขั้นทำข้อสอบได้ทุกข้อ  แต่เราขอ  48  คะแนนขึ้นไป ก็พอแล้ว”
                           “ จงจำไว้ว่า   ก.พ. ไม่ต้องการคนเก่ง    แต่ต้องการ คนฉลาด  มีไหวพริบ”

                                                      หลักการสำคัญที่สุดมีเท่านี้คับ

คราวหน้าจะมาแนะนำเรื่อง วิชาที่จะออกสอบแบบแจกแจง
ขอให้ทุกท่านจงโชคดี................................

วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กฎหมายทั่วไป

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ กฎหมายว่าด้วยทรัพย์สิน กฎหมายลักษณะหนี้ กฎหมายลักษณะพยาน กฎหมายวิธีพิจารณาคดีแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาคดีปกครอง กฎหมายวิธีปฎิบัติราชการทางปกครอง กฎหมายความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ กฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ กฎหมายธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายเยาวชน กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง กฎหมายลักษณะซื้อขาย แลก เปลี่ยน ให้ กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายเกี่ยวข้อสัญญา กฎหมายนิติกรรมสัญญา กฎหมายมรดก กฎหมายเอกเทศสัญญา กฎหมายครอบครัว กฎหมายอาญาบททั่วไป กฎหมายอาญาลักษณะความผิด กฎหมายอาญาลหุโทษ กฎหมายขนส่ง กฎหมายที่ดิน ซื้อขายที่ดิน แบบฟอร์มสำนักงานที่ดิน ค้นฎีกา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายปกครอง กฎหมายรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลล้มละลายกลาง ศาลอาญา ศาลแพ่ง ศาลเตี้ย ศาลจังหวัด ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ศาลชั้นต้น ศาลทหาร ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ กรมที่ดิน กรมบังคับคดี สำนักงานคุมประพฤติ สำนักงานวางทรัพย์ กระบวนพิจารณาทางแพ่ง กระบวนพิจารณาทางอาญา

ภาค ก เงื่อนไขสัญญลักษณ์

Recent Posts With Thumbnails v3

Recent Posts With Thumbnails v3